รื้อ BOI เปิดประตูดูดทุนนอก
ดึงนักวิจัย-มหาวิทยาลัยช่วยยกระดับกลุ่ม

"สุวิทย์" สั่งเร่งปรับบทบาทบีโอไอ รองรับการแข่งขันประเทศเพื่อนบ้าน จี้กำหนดทิศทางดึงดูดการลงทุนจากต่างประเทศ แนะผนึกนักวิจัยระดับโลก-มหาวิทยาลัย ช่วยขับเคลื่อนสมาร์ทฟาร์มมิ่ง ยกระดับสินค้าเกษตร พร้อมอาศัย 3 ธุรกิจใหญ่การเงิน ประกัน โลจิสติกส์นำร่องลงทุนนอก โฟกัส 2 ตลาด
นายสุวิทย์ เมษินทรีย์ รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมน ตรี เปิดเผยภายหลังมอบนโยบายให้กับสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (บีโอไอ) ว่า ได้มีการหารือร่วมกับบีโอไอ รวมถึงกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทค โนโลยี เพื่อปรับทิศทางการดึงดูดการลงทุนในระยะต่อไปให้ชัดเจนขึ้น เพื่อใช้การลงทุนเป็นหัวหอกในการปฏิรูปโครงสร้างการลงทุนของประเทศใหม่
ทั้งนี้ ในปัจจุบันประเทศคู่แข่งในอาเซียนได้เพิ่มมาตรการเพื่อดึงดูดการลงทุนมากขึ้น ดังนั้นจึงมอบโจทย์ใหญ่ให้บีโอไอกลับไปวางแผนว่าจะทำอย่างไรให้ตอบโจทย์ของรัฐบาลที่ต้องการกระจายรายได้ให้ทั่วถึง ลดความเหลื่อมล้ำ นำประเทศหลุดพ้นกับดักรายได้ปานกลาง รวมทั้งให้ไทยเข้าสู่ประเทศนวัตกรรมอย่างแท้จริงและต้องยั่งยืน

"นโยบายใหม่ที่ให้บีโอไอไม่ได้ทิ้งการส่งเสริมการลงทุนด้านการผลิต ไปเน้นด้านบริการอย่างเดียว แต่จะเป็นการปรับโฉมครั้งใหญ่ของบีโอไอ ว่า จะทำ อย่างไรให้เป็นการส่งเสริมกิจการให้มีมูลค่าสูง ดึงคนเก่งๆ ระดับโลกเข้ามาทำงาน ทำให้เขารู้สึกอยากอยู่ไทยนานๆ หรือจะทำอย่างไรที่จะดึงมหาวิทยาลัยให้เข้ามามีส่วนร่วมในการช่วยส่งเสริมการลงทุน ช่วยส่งเสริมผู้ประกอบการ ไม่ใช่ดูแค่เรื่องสิทธิประโยชน์เท่านั้น" นายสุวิทย์กล่าว

นายสุวิทย์กล่าวว่า บีโอไอจะต้องมีส่วนช่วยในการทำให้นโยบายสมาร์ทฟาร์มมิ่งเป็นจริง โดยต้องทำหน้าที่เป็นข้อต่อในการดึงคนที่มีทักษะสูงจากทั่วโลกมาช่วยยกระดับ 10 อุตสาหกรรมเป้าหมาย ที่ไทยยังไม่มีผู้เชี่ยวชาญ เช่น อุตสาหกรรมไบโอชีวภาพ อุตสาหกรรมชิ้นส่วนอากาศยาน และอุตสาหกรรมดิจิทัลอีโคโนมี รวมทั้งมาช่วยยกระดับอุตสาหกรรมเกษตรแปรรูปให้เกิดสมาร์ทฟาร์มมิ่ง ทั้งนี้ต้องให้แรงจูงใจทั้งในด้านมาตรการทางภาษีและไม่ใช่ภาษี มีเป้าหมายต้องยกระดับมูลค่าเพิ่มสินค้าเกษตรให้ได้

ขณะเดียวกัน บทบาทของบีโอไอต่อไป นอกจากจะทำหน้าที่ดึงดูดการลงทุนจากต่างประเทศเข้ามาแล้ว ก็ต้องเน้นส่งเสริมการออกไปลงทุนในซีแอลเอ็มวี (กัมพูชา ลาว เมียนมา เวียดนาม) ด้วย เพื่อขยายตลาดโดยอาจต้องให้ 3 ธุรกิจใหญ่อย่างสถาบันการเงิน (ธนาคารพาณิชย์) ธุรกิจประกัน และโลจิสติกส์นำไปก่อน เพื่อสร้างความมั่นใจให้ผู้ประกอบการกลุ่มเอสเอ็มอีออกตามไปได้ง่ายขึ้น นอกจากนี้ยังมองตลาดต่างประเทศกลุ่มอื่นๆ ไว้ด้วย ซึ่งจะต้องทำเป็นแพ็กเกจให้ดีและมีความชัดเจนขึ้นว่า กลุ่มไหนที่ไปได้ และควรไปอย่างไร

อย่างไรก็ตาม การจะออกไปเจาะตลาดต่างประเทศจะมีการโฟกัสมากขึ้นว่า ไทยต้องการการลงทุนอะไร โดยเบื้องต้นโฟกัสการลงทุนจาก 2 ตลาดหลัก คือ ยุโรปที่มีการลงทุนกลุ่มเทคโนโลยีและหุ่นยนต์ โดยจะโฟกัสไปประ เทศเยอรมนี ฝรั่งเศส อังกฤษ อีกตลาดคือเอเชีย จะโฟกัสไปที่จีน ญี่ปุ่น เกาหลีใต้และไต้หวัน โดยเฉพาะไต้หวันที่มีสมาร์ทเอสเอ็ม อีจำนวนมาก สามารถดึงมาร่วมลงทุนและพัฒนากับเอสเอ็มอี ไทยได้


ที่มา : หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์

Call Center

Callcenter down

แนะนำบริการ

  This email address is being protected from spambots. You need JavaScript enabled to view it.