ยักษ์ใหญ่เคมีภัณฑ์ญี่ปุ่นขยายฐานในไทย 
ชิน-เอทสุ ซิลิโคนส์ขยายลงทุนเสริมฐานส่งออกในไทยให้แข็งแกร่ง

     

บีโอไอเผยบริษัทผู้ผลิตเคมีภัณฑ์รายใหญ่จากญี่ปุ่นทุ่มลงทุนปั้นไทยเป็นฐานการผลิตเพื่อส่งออก เน้นลงทุนการผลิตสารซิลิโคนส์ชนิดพิเศษสำหรับใช้ในการผลิตผลิตภัณฑ์ดูแลเสื้อผ้า และเครื่องสำอางชูคุณสมบัติพิเศษ ปรับคุณภาพผ้า เครื่องสำอางกันน้ำติดผิวได้นาน พร้อมร่วมมือ สวทน.-สถาบันการศึกษา
เตรียมแผนพัฒนาบุคลากรในประเทศไทย
นางหิรัญญา สุจินัย เลขาธิการคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุนหรือ บีโอไอ เปิดเผยว่า เมื่อเร็ว ๆ นี้ ที่ประชุมคณะอนุกรรมการส่งเสริมการลงทุน ได้อนุมัติให้ส่งเสริมการลงทุนแก่กิจการผลิตผลิตภัณฑ์ซิลิโคนส์ชนิดพิเศษ ซึ่งจัดเป็นเคมีภัณฑ์ชนิดพิเศษ (Specialty Chemical) ของบริษัท ชิน-เอทสุ ซิลิโคนส์
(ประเทศไทย) จำกัด โดยเป็นการขยายลงทุนครั้งที่ 3 ของบริษัทหลังจากมีการลงทุนในประเทศไทยมาแล้ว ตั้งแต่ปี 2547 และจะทำให้ไทยเป็นฐานการผลิตผลิตภัณฑ์ด้านเคมีภัณฑ์ชนิดพิเศษสำหรับการส่งออกใหญ่ที่สุดของบริษัทตามโครงการเป็นการผลิตผลิตภัณฑ์ซิลิโคนส์ชนิดพิเศษจำนวน 2 ชนิด โดยซิลิโคนส์เหลวชนิดแรก เป็นชนิดที่ปรับปรุงด้วยกลุ่มอะมิโนจะใช้งานเป็นส่วนผสมหลักในการผลิตน้ำยาปรับผ้านุ่ม ที่มีคุณสมบัติพิเศษทำให้เส้นใยมีความนุ่มได้นานขึ้น ลดรอยยับบนผ้าหลังผ่านกระบวนการซัก และช่วยป้องกันไม่ให้ผ้าเหลือง และซิลิโคนส์เหลวชนิดที่สอง เป็นชนิดที่ปรับปรุงด้วยพอลิอีเทอร์ จะใช้งานเป็นส่วนผสมสำคัญในการผลิตเครื่องสำอาง โดยเป็นชนิดที่หายาก มีประสิทธิภาพที่ทำให้น้ำกับน้ำมันเข้ากันได้ดี มีคุณสมบัติให้ความรู้สึก นุ่ม ลื่น กันน้ำ และสามารถติดอยู่บนผิวได้นาน รวมถึงป้องกันแยกชั้นของเครื่องสำอาง เช่น ครีมรองพื้น ครีมกันแดด โลชั่นทาผิว
“บริษัทขยายการลงทุนในประเทศไทยมาอย่างต่อเนื่อง โดยการผลิตซิลิโคนส์ชนิดพิเศษ ทั้ง 2 ชนิดครั้งนี้มีปริมาณรวมกันกว่า 9,000 ตันต่อปี เงินลงทุนประมาณ 2,200 ล้านบาท ซึ่งจะทำให้ประเทศไทยเป็นฐานการผลิตที่สำคัญ และมีขนาดใหญ่กว่าการผลิตที่ประเทศญี่ปุ่น รวมถึงเกิดการจ้างงาน และใช้วัตถุดิบเคมีภัณฑ์จากในประเทศ คิดเป็นมูลค่าไม่น้อยกว่า 352 ล้านบาทต่อปี” นางหิรัญญา กล่าว

 

รายละเอียดเพิ่มเติมที่นี่

Call Center

Callcenter down

แนะนำบริการ

  This email address is being protected from spambots. You need JavaScript enabled to view it.